ด.ญ.พินกคิโอ View my profile

ส่งไปให้ถึง...

posted on 23 Sep 2013 21:58 by alongchongz directory Diary
เมื่ออาทิตย์ก่อน  ครอบครัวของเราสูญเสียคนๆหนึ่งไป  เป็นคนที่ 2 ของปีนี้
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนช้อกมาก
'อย่าเอาคนของเราไปอีกเลย' เป็นประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเราะ
พี่นุก เสียเมื่อวันพุธ(18/09/56)  จากอุบัติเหตุขับรถหลับในทำให้รถหลุดโค้ง พลิกคว่ำ จนสุดท้ายไปชนกับรั้วคอนกรีต   
....อายุ24ปี.....
นี่ไม่ใช่อายุไขของมนุษย์ที่ควรจะเป็น...
ไม่มีใครอยากจะเชื่อ ...  รวมถึงเรา 
เรารู้ตอนที่กำลังนั่งทำงานอยู่  เราร้องไห้โวยวายออกมาเพราะไม่เชื่อ โทรมาแม่ แล้วกลั้นเสียงให้สงบที่สุด
แต่ก็พบว่าเป็นเรื่องจริง...
เรากลั้นใจทำงานต่อให้เสร็จ(เพราะงานส่งพรุ่งนี้)
พอทำงานเสร็จเราเลยนั่งร้องไห้ต่อ
คืนนั้นปิดไฟนอนน้ำตาก็ยังคงไหลอยู่...  หลับตาก็เห็นแต่ภาพพี่

เราอึ้งมาก
พี่นุก เป็นพี่ชายที่เล่นกับเรามาตั้งแต่เล็กๆ โตมาด้วยกัน 
ตอนเด็กๆพี่ชายเราไม่เล่นกับเรา เราก็มีพี่นุกแล้วก็พี่น้องคนอื่นๆเล่นด้วย
ด้วยวัยที่ไม่ห่างกันมาก พวกเราก็เล่นอยู่ด้วยกันตลอด  
พี่นุกแบ่งเกมส์ให้เล่น เพราะเราไม่ค่อยได้เล่นเกมส์เท่าไหร่
 ถึงแม้ตอนเด็กๆจะเถียงกันแล้วเราแพ้ตลอด  แล้วเราโกรธพี่นุก แต่เราก็ยังเล่นด้วยกันอยู่
โตขึ้นมา พี่น้องต่างคนต่างแยกกันไปเรียนมหาลัย ห่างกันมากขึ้น
พอพี่นุกเรียนจยก็ไปทำงานที่อื่น  เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย
แต่ทุกครั้งที่เจอก็ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตกันเสมอ...
 
วันพฤหัส  ญาติผู้ใหญ่ไปรับร่างพี่นุกกลับมาที่บ้าน  
เราตื่นมาตอนเช้า เรายังถามตัวเองอยู่เลยว่าเรื่องเมื่อคืนมันจริงรึเปล่า
ตอนพักเที่ยง โทรหาแม่ ถามว่าร่างพี่นุกเป็นยังไง  ใช่พี่นุกใช่มั้ย
แม่อธิบายให้ฟัง ....   ยิ่งฟังเราก็ยิ่งอึ้ง ภาพมันชัดขึ้น ว่าสิ่งนี่เกิดกับพี่เราจริงๆ
เลือดเต็มรถไปหมด รถพลิกคว่ำ ยับเยิน  ...
วางสายจากแม่แล้ววิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ   คาบต่อไปต้องเรียนแลป
 
วันศุกร์ตัดสินใจกลับบ้านเพื่อไปงานศพพี่  ไม่ว่ายังไงก็ต้องไป
ลงรถแล้วพ่อก็มารับไปที่งาน  ศพตั้งที่บ้าน  บ้านพี่นุกอยู่แถวชนบท  พิธีเลยยังจัดแบบชาวบ้านอยู่
 
เดินไปตามถนน  เห็นคนใส่ชุดดำที่มาร่วมงาน  เป็นการยื่นยันว่า...มีงานศพที่บ้านหลังนี้จริงๆ
สวัสดีคนที่มาร่วมงาน  เห็นพี่น้องทุกคนกลับมาจากต่างที่ เพื่อมาส่งพี่นุกด้วยกัน  พี่บอกเราให้ไปไหว้พี่นุก
เข้าไปในบ้าน เห็นม่านสีดำ  พวงหรีด ป้ายไวนิลที่มีรูปพี่นุก  รูหน้าศพที่เป็นรูปพี่นุก  รวมถึงโลงที่ในนั้นมีร่างพี่นุกอยู่
รูปหน้าศพเป็นรูปรับปริญญาของพี่นุก เป็นรูปที่พวกเราเคยร่วมยินดีในความสำเร็จของพี่
ทุกอย่างมันตื้อไปหมด  มันชัดเจน มันยืนยันกับเราว่า นี่คืองานพี่เราจริงๆ
พูดไม่ออก  กวัวมือเรียกน้องชายไปข้างหลังม่าน  แล้วร้องไห้กับน้อง
'ทำไมเป็นยังงี้..... '   ร้องไห้ออกมา  กอดกับน้อง
ทำใจกลั้นน้ำตาแล้วออกไปจุดธูปไหว้พี่นุก
มีรูปพี่นุกร่างลงในเพจของ อพปร.   เราก็นั่งดู  
 เห็นตอนที่ร่างพี่นุกยังติดในรถ   ... นี่พี่เราจริงๆหรอ?
สงสารพี่.... นึกไม่ออกเลยว่าพี่จะรู้สึกเจ็บมากมั้ย  หรือว่าพี่หมดความรู้สึกไปก่อน
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน  ก็เจ็บปวดพอกัน  
ตอนกลางคืนผิดไฟนอน ก็ยังเห็นภาพพี่  นอนร้องไห้แล้วข่มตาหลับไป
 
วันเสาร์เป็นพิธีชาปณกิจ 
เคลื่อนศพตอนประมาณบ่ายโมง  พิธีคือให้ขนศพขึ้นรถ แล้วให้พวกเราส่วนนึงช่วยกันจูงศพไปที่ป่าช้า
เราเผาที่ป่าช้า  จะมีแท่นเผาอยู่(ไม่รู้ว่าเรียกอะไร แต่ไม่ได้เผาที่วัด เป็นแท่นเผากลางแจ้ง)
ไม่นึกเลยว่าตอนเด็กจูงมือกันอยู่ แล้วโตมาจะต้องมาจูงพี่แบบนี้
วันที่เขียนบล๊อกนี้ยังไม่หายเมื่อยแขนเลย
ตอนที่เคลื่อนศพ  และตอนที่ศพตั้งรอพิธีชาปณกิจ  เราหันที่โลงแล้วถามขึ้นมาในใจ
'นี่จะไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆใช่มั้ย ...  จะเผาแล้วนะ'  
พี่สาวอีกคนเป็นคนอ่านประวัติพี่นุก  ก็ทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาตอนท้าย
 
แล้วก็ถึงเวลาชาปณกิจ  ต้องวางโลงที่แท่นเผาตรงกลางลาน แล้วเปิดฝาโลง
นี่จะเป็นครั้งสุดท้านที่พวกเราได้เห็นพี่นุก   ...  สงสารแม่พี่นุกมาก
เราพูดอะไรไม่ออกนอกจากเรียกชื่อพี่นุกทั้งน้ำตา
พี่นุกนอนนิ่ง  หน้ายังมีบาดแผลฟกช้ำจากแรงกระแทกของอุบัติเหตุ
พี่รู้มั้ยว่าหน้าพี่ช้ำ ไม่หล่อเลยนะ  แบบนี้สาวๆที่ไหนจะชอบ...
ไม่รู้ว่าคนที่จัดร่างให้พี่นุก ทำยังไงให้ทุกอย่างมันเข้าที่  มันยากมั้ยนะ...
พี่น้องร้องไห้อยู่บริเวณข้างๆ
พี่น้องได้รับหน้าที่เป็นคนจุดลูกหนู  เรามองปุ่มกดแล้วคิดว่าไม่อยากจะกดเลย และคิดว่าทุกคนก็ทรมานไม่แพ้กัน
ไม่นานแสงไฟก็พุ่งไปยังแท่นเผา  ไฟตกไปที่ภายในโลง
ทุกอย่างลุกใหม้  กระเป๋าใบที่พี่นุกใช้ก็รวมไปด้วย
ไม่มีแล้ว ...เรานั่งร้องไห้เงียบๆ
 
กลางคืนวันนั้น เข้าไปนวดให้พ่อกับแม่ พ่อแม่พูดเรื่องพี่นุกขึ้นมา
เราอดไม่ไหว เราปล่อยร้องไห้ครั้งใหญ่
เสียใจมาก....  หยุดร้องไห้ไม่ได้เลย
ตอนที่ยายกับน้าเสีย มันเกิดจากโรคภัย   มันมีอาการนำเป็นเหตุผลของการสูญเสีย
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่     เหตุผลที่เป็นอุบัติเหตุเรารับไม่ได้
มันไม่ยุติธรรมกับพี่เรา   เราโทษฟ้าที่เอาพี่นุกไป
พี่เราไม่เคยทำให้เดือร้อน ไม่เคยทำผิดมากมายที่จะต้องเอาชีวิตไป
ตลอดชีวิตพี่ก็ประสบอุบัติเหตุบ่อย แต่ทุกครั้งก็ไม่ถึงกับชีวิต   ทำไมครั้งนี้ถึงไม่เหมือนครั้งก่อน
พี่กำลังจะมีชีิตที่ดี  มีชีวิตที่มั่นคง  ครอบครัวของพี่กำลังมีความสุข
ทำไมต้องเอาพี่ไป.....
ต่อจากนี้พี่จะไปอยู่ที่ไหน พี่จะเหงามั้ย
ตอนโตมายังคุยกับพี่ไม่จุใจเลย  ทุกคนยังมีเวลาคุยกันไม่มากพอเลย
 
แม่บอกเราว่า ค่อยๆทำใจไปนะ...
 
ส่งพี่เดินทางไกลไปในดินแดนที่สงบแล้วนะ
ขอให้พี่หลับให้สบาย  เสียดายที่ไม่ได้แก่ไปด้วยกัน
ที่ผ่านมาพี่พยายามดีที่สุดแล้ว  ขอให้หมดเวรหมดกรรม
ไม่ต้องมาชดใช้กรรมที่ทรมานอีกแล้ว  พอแล้วกรรมที่เกิดในชาตินี้
รักและคิดถึงมาก  ดีใจที่ได้เกิดาเป็นพี่น้องกัน
 

Comment

Comment:

Tweet

ความจริงที่ยอมรับยาก
แต่สุดท้าย....ก็ต้องยอมรับในที่สุด

#1 By ด.ญ.พินกคิโอ on 2013-09-24 01:51

Recommend