ด.ญ.พินกคิโอ View my profile

ปัดฝุ่นบล๊อกอีกครั้ง เพราะขี้เกียจเขียนไดอารี่ในสมุด เมื่อย
ถามว่าทำไมไม่อัพใน facebook ตอบคือ facebook ไม่มี theme สวยๆ 
 
เอาละ แนะนำตัวให้รู้คาแรคเตอร์กันก่อน
นี่เป็นผญ เรียนมหาลัยปีสุดท้าย แล้วสมัครทุนมาฝึกงานที่ USA รัฐ Wiscosin เมือง Madison

-ไม่ได้เก่ง eng แต่เกรดถึง แล้วพวกเกรดสูงๆไม่สมัคร มันเป็นโอกาศอันดีที่จะเสี่ยง
-Eng งูๆปลาๆ มาก
-ชีวิตประจำวันไม่ค่อยฟังเพลงฝรั่ง ฟังแต่เกาหลี ดูซีรีส์ก็ดูเกาหลี ชอบผช.ก็เกาหลี
จริงๆ ชีวิตไม่เคยมีแรงจูงใจจะไปฝั่งยุโรปเลย..  

แต่สุดท้าย ... ก็สอบผ่าน ,,

เตรียมตัว?
ขั้นตอนการเตรียมตัวมันยุ่งยากมาก  ยุ่งที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง
passport ก็ยังไม่เคยมี ชีวิตไม่เคยออกนอกประเทศ
visa ก็ต้องทำ
bank statement ก็ต้องขอ
apartment ก็ต้องติดต่อเอง จองเอง
พอละ ถ้าเล่าตั้งแต่เตรียมตัวคงยาว  
 
การเดินทางของเราจะเป็นแบบนี้นะ
Bankok>Dubai>Chicago>madison 
สายการบิน emirate airline พอพูดแบบนี้กับใคร คนก็ชอบแบบเอ้ยยย แพงแย่เลยดิ ทำไมเลือกอ่ะ
เอาจริงๆ ไม่รู้โว้ย คิดไม่เคยรู้เลยเรื่องสายการบินอะไรหรู แพง ดีอะไรยังไง ตอนที่จอง ใจอยากได้ korea air อยากไปเหยียบดินแดโอปป้้า หวังจะหาอาหารตาที่ airport แต่ช่วงที่จอง พี่เกาหลีไม่รู้แม่งเป็นอะไร ตั๋วแพงกว่า emirate สรุป ...ไปดูแขกแทนโอปป้านะ  

ออกเดินทาง Bankok -->> Dubai
ไฟลท์ตอนตี 2 ครึ่ง ไปภึงสนามบินตอน 3 ทุ่ม 
โอ้ย นึกว่าคนจะน้อยเห็นไฟลท์ดึก โอ้โหววววเยอะยังกะตลาดคลองถม 
เอาใบจองไปยื่นเคาท์เตอร์สายการบิน สิ่งที่ได้กลับมา 4 ใบคือ
1.ตั๋วเราไป dubai และ dubai>chicago แต่ไม่ได้บอก gate ที่ต้องไปของที่สนามบิน dubai อันนี้ต้องไปดูเองที่ dubai (นี่ก็เพิ่งรู้)
2. ฺBaggage claim card ใบรับกระเป๋าคืน ซึ่งไปรับที่ chicago
3.ใบตม.ขาออกละขาเข้า
4.Meal voucher!!!  คูปองแลกอาหารฟรีที่สนามบินที่ดูไบ (ตามร้านที่ร่วมรายการ) เย้!! ข้าวฟรี 1 มื้อจะได้ไม่ต้องไปแลกเงินดูไบ

ได้ตั๋วละก็เข้าไปผ่านเครื่องตรวจ ตรวจทั้งตัว และตั๋ว, ผ่านตม.ไทย  ถึงจะได้เ้ข้าเกต
 
บอกเลย เดินเหนื่อย เข้าไปเป็น duty free ... ไม่ช้อป ไม่มีตังค์ จน -"- 
เดินตรงไปหาเกตอย่างเดียว  ถึงเกตก็ยังเข้าไม่ได้ มันเป็นของสายการบินก่อนหน้าอยู่ รอจนตี 1 กว่าๆ เลยได้เข้า บอกเลยว่าง่วงแล้ว 

ขี้นเครื่องสำรวจรวบตัว มี monitor ให้ touch screen ได้ แต่ของเราระบบสัมผัสไม่ดี ใช้รีโมทง่ายกว่า ของคนข้างๆมีที่เสียบแบตมือถือ ของเราไม่มี เออดีจริง -"-  ,  
กางผ้าห่มออก .... และขอหลับเลย.... ตี 3 แอร์มาเสริมอาหาร .. ไม่มีอารมณ์กินละ ขอนอน ได้โปรด!
 
ถึงดูไบ
ถึงดุไบตอน 5.35 ฟ้ามืดครึ่ม ..  ลงจากเครื่องมันเป็นแค่สนามจอดเครื่อง ไม่ใช่ตัวแอร์พอร์ต เลยต้องต่อรถบัส (Shutter bus? เรียกแบบนี้รึเปล่าไม่แน่ใจ) ไปที่สนามบิน  

อารมณ์ตอนนั้นก็บอกไม่ถูก มันว่างเปล่าปนตื่นเต้น เริมมวลท้อง ท้องว่าง แต่ไม่หิว ..

ถึงตัวสนามบิน ไปทาง connection เพราะต้องไปต่อเครื่อง (เดาเอา มันมีทางนึงเหมือนทางออกกับ connection) ก็ต้องไปผ่านเครื่องตรวจกระเป๋า ตรวจ passport เสร็ตแล้วก็ไปอ่านบอร์ดที่มันจะบอกว่าไฟลท์ไหนไปเกตไหน  ไฟลท์เราออกตอน 9.40 ปรากฏว่าในบอร์ดสิ้นสุดแค่ 9.15 ... กรำมั้ย กุยิ่งขี้เกียจถามอยู่  ยืนเก้ๆกังๆอยู่พักใหญ่ เหมือนหลายคนจะงงงังเหมือนกัน มีอาบังคลุมขาว โพกขาว พูดอะไรไม่รู้ so fast มาก ..  ตามสำเนียงเขาอ่ะแหละ
นี่ต้องเดาเอาจากบุพบท โอเค พี่แกเป็นพนักงาน มาอธิบายเรื่องการดูบอร์ด ถ้าไม่โชว์ในบอร์ดก็ถามเขาเอา
โอเคเราเลยต้องถาม ....  พี่แกตอบมาว่าอะไรไม่รู้แต่ำท่าชี้ทางบันได...   โอเค สงสัยต้องขึ้นไปชั้นถามชั้นบน ตอนนี้นี่ต้องขึ้นบันไดก่อนนะ

ขึ้นมาก็งงคับ แล้วไงว่า .... หา information ซิ  เจอเจ๊คนหนึ่ง เจ๊บอกเต 16A but check it again ...

ต่อไปก็ต้องการ Gate 16 A (but check it again ตามที่เจ๊บอก) ...  โอเคไปเข้าห้องน้ำก่อน ค่อยกา gate กุไม่ไหวละ

ว่าด้วยเรื่องห้องน้ำเอมิเรต
ก่อนเข้าก็ลุ้น ขอให้มีที่ฉีดตูดด้วยเหอะ ขอร้อง
และ.. สวรรค์!! มีจริ นี่สบายตูดละ
ฉีดปุ๊บ.. รู้เลย .. น้ำอุ่น.. อุ่นมาก ค่อนไปทางร้อน  โถ่ เยื่อบุที่บอบบางของเรา ... ความอุ่นนี้  T^T
หาปุ่มปรับอุณหภูมิแล้วนะ ไม่เจอจริงๆ และเช่นเดียวกับน้ำล้างมือ  รู้สึกเหมือนได้ฆ่าเชื้อตลอดเวลา...
 
ต่อไปก็หา gate  ปรากฎว่าเหมือนจะต้องต่อ train ไป ... ไม่แน่ใจเลยถามพนักงานผช.หน้าเอเชียคนหนึ่ง โอเคเป็นอันว่าถูกต้อง ขึ้น train กัน
    
         ทางเข้า train                                          ทางเดินไป gate/ duty free
 

ถึง gate A ก็เดินหา Gate 16A หาเจอแล้วค่อยไปหาข้าวกิน


เหวยยย อย่าลืมนะว่านี่มีคูปองอาหารฟรีอยู่!!!!    ปรากฏว่าตรง gate A ที่อยู่นั้นมีแค่ร้าน Mc donald ที่ร่วมรายการ ...โอเค เลิกหวังลองของใหม่ 

ว่าแต่อิคูปองนี้ใช้ยังไงวะ  ด้อมๆมองๆ โอค คนเข้าคิวต่างถือคูปองนี้ .... นี่ก็ต่อคิวตามเขา 
ดูจากคนหน้าเค้าพูดกันแค่ไม่กี่ประโยค ไม่น่ายาก..
พอถึงคิวเราพนักงานถามว่าจะเอา beef หรือ chicken ... ปลอดภัยสำหรับท้องตอนนี้คือ chicken งะ บอกเลย
สรุปได้แฮมเบอร์เกอร์ไก่ เฟรนฟราย โค้ก 1 แก้ว ดีจังงงง
หานั่ง หา wifi , ที่นี่มี wifi ฟรี 1 ชม.ด้วยนะคุ้นนนน   รีบ check in เลย ครั้งนึงได้มาดูไบเลยนะคุ้นนน!! แจ้งการมีตัวตน เพราะมีคนที่ไทยเป็นห่วงเยอะ 5555

ออกจาดูไบ 9.40
เครื่องใหญ่กว่าจากไทยไปดูไบนะ   
ที่นั่งหนึ่งก็จะมี หน้าจอให้เล่น (หนัง ซีรีส์ ฟังเพลง ดูข่าว) พร้อมหูฟัง
มีผ้าห่ม  กระเป็าเล็กที่มีแปรงฟันในนั้น
และเขาจะแจกใบ  customer declaration ที่เราต้องกรอกเพื่อเอาไปให้ตม.ที๋โน่น เราต้องกรอกพวกที่อยู่ที่เราจะไปอยู่ที่เมกา รวมถึงเรื่องของที่เรานำเข้ามา (อาหาร เป็นต้น)
 
   
และที่สำคัญ!!! มีปลั๊กเสียบชาร์ตมือถือแล้วเหวยยยยยย
อาหารบนเครื่องจะมีให้เลือก 3 เมนู แต่อันนี้อร่อยสุดเท่าที่เสริมมาละ ไก่ย่าง มันบด บร๊อคโคลี่
 
มีหนังฝรั่ง หนังแขก การ์ตูนดีสนีย์ ซีรีส์ หนังญี่ปุ่น เกาหลีบางเรื่องที่ดังๆ
 
ก็ดูหนังบ้าง หลับบ้าน  คือต้องอยู่บนเครือ่ง 14 ชม. เลยไง
คราวนี้แอร์มาเสริฟอะไรตอนไหนกินหมด
 
ตอนนี้งงเวลาละ ไม่ง่วง เค้าปิดไฟให้นอนก็ไม่นอน ท้องโกรกกรากแล้ว เพราะกินผิดเวลา กินอะไรไปเหมือนร่างกายย่อยไม่ดี เริ่มปวดบิด ถ่ายเหลว
 
ตอนแรกเรานั่งข้างทางเดิน แล้วสาวแขกข้างๆ ขอแลก ชีอยากนั่งข้างทางเดิน เราก็ยอม แต่ตอนหลังเราท้องเสีย เลยบอกนาง ย้ายมานั่งทางเดิน  ไม่โอเค อึบนเครื่อง น้ำก็ไม่มีโกรก ไม่มีฉีดตูด T^T

เด็กแขกที่นั่งข้างหลังเริ่มก่อกวน เราวางผ้าห่มไว้ล่างเท้า อิเด็กนี่ดึงไปข่าาา แฮปปี้ พ่อแม่แม่งไม่รู้  ขี้เกียจมีปัญหาเลยไปขอผ้าห่มใหม่ ได้หนากว่าเดิมด้วย ดี!
 
ยังไม่พอ อิเด็กนี่ดึงเบาะ ทุบเบาะเล่น ... -"- พ่อแม่หลับปุ๋ยข่าาาา    แต่ก็โชคดีที่พอแลกที่นั่งกับสาวแขกข้างๆ ก็รอดไปด้วย
 
ถึง Chicago (O' hare Airpart)
ถึงตอน 15.30 ลงที่ terminal 5 , จะวิ่งเข้าห้องน้ำ เห็นแถวตรวจตม. แล้วยอมใจ คนเยอะยังกับแจกฟรี เลยรีบไปต่อแถวก่อน  กว่าจะเสร็จากตม. ก็ 5 โมงกว่า  คุณขาาาาาาาา
 
ตม.ก็ถามว่ามาสอนหรือมาเรียน พกเงินมาเท่าไหร่
เสร็จแล้วก็ไปรับกระเป๋า
ระว่างหากระเป๋าสีชมพูพริ้งของเรา มีชายแขกเดินมา ถามว่า ' 0-clkjjo43pi(*&%%*04 '
ห๊ะ?  again please? ' 0f9wk9849588-**&%' ....  นอกจากจะฟังไม่ทัน ไม่รู้เรื่อง ว่าด้วยเรือ่งกลิ่นนั้น
คือนี่เป็นคนไม่สู้กับกลิ่นไง นี่ปวดขี้นะ เพลียนะ น้ำตาคลอเลย  กลิ่นนี่จุก เลยจบบทสนทนาด้วย
 'I don't know. you should ask the information' (พร้อมผายนิ้วไปที่พนักงาน)'  ....
 
ได้กระเป๋าเสร็จ เค้าก็ถามว่าพกอาหารอะไรมา เพราะเราเขียนบอกในใบ declaration ว่าเอาอาหารมา
เราเอามาม่าต้มยำกุ้ง กับข้าวแต๋นมา(คนฝากซื้อ) ก็บอกเค้าตามตรง ก็ผ่านไป

หารถบัสไป madison
ยัง... การเดินทางยังไม่จบ นี่ต้องต่อบัสไป madison นะ
จุดนี้ อีก 3 ชม. ขออึก่อนละกัน ต้องอึ๊บไว้อีก 3 ชม.นะ
เสร็จกิจ ออกมา 6 โมง .... ไม่ทันบัส 6 โมง.. โอเค รอบต่อไปละกัน wifi สนามบินมีนะ แต่ใช้ไม่ได้ โอเค -"-
ไปถาม information ว่าบัสไป madison อยู่ตรงไหน พี่แกบอกดีนะ ฟังง่าย 

 6.30 บัสมา ... ไปคุยกับคนขับว่าไป madioson มั้ย เค้าก็ถามลงป้ายไหน ตอนนั้นก็งงๆ เราตอบว่าแถวพิพิธภัณฑ์ดูเข้าไม่รู้เรื่อง เลยตอบตามเพื่อนที่เคยมา ตอบ downtown โอเค จบเรื่องแบบงงๆ เหมือนคนขับพี่แกเหนื่อยๆ ดูไม่ค่อยสบอารมณ์   โชคดี ขึ้นรถเจอคนขายตั๋ว คุยดี เลยอุ่นใจ เออกุขึ้นถูกคัน
 
มีลุงใจดีนั่งหน้าเรา ได้ยินบทสนทนาไก่กาของเราและคนขายตั๋ว 
ลุงแกก็ถามว่า จะไป University หรอ รถคันนี้แหละถูกแล้ว มันจะพาไป university เป็นป้ายสุดท้ายเลย
ดี๊ดี....^^
 
ผู้ชายที่นั่งข้างๆเป็นพนักงานอะไรซักอย่าง เหมือนเพิ่งเลิกงานแล้วจะกลับบ้าน
 
บนรถมี wifi free แต่บางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ไม่ได้ 
 
แสงอาทิตย์แรกในรอบ 14 ชั่วโมง ระหว่างทางที่ขึ้นบัส
 
ตอนในรถนี่มวลท้องมาก ลมตีขึ้นตลอดเวลา โชคดีรถเสียงดัง ไม่งั้นคนที่นั่งข้างได้ยินเสียงลมในท้องแน่
 
อาจารย์ท่จะมารับบอกว่าถ้าใกล้ถึงให้ไลน์บอก..... ประเด็นคือ นี่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใกล้ถึง
เลยต้องถามคนข้างๆ พอรู้สึกว่าใกล้ป้านสุดท้าย เลยว่าว่าต่อไปใช้ 800 University Ave. ใช่มั้ย อีกนานมั้ยจะถึง
เค้าก็บอกอีก 15 นาที และอาจจะเร็วกว่า   .. นอกนั้นเค้าก็ถามว่าเราเดินทางมาจากไหน คงเหนื่อยเนอะ 
 
และแล้วก็ป้ายสุดท้าย.... ถึงแระมาณ 4 ทุ่มครึ่ง
ลุงที่นั่งข้างหน้าเค้าลงป้ายเดียวกัน  ก่อนไปลุงก็ถามนะว่ามีคนมารับมั้ย ต้องไปต่อมั้ย  เราบอกอาจารย์จะมารับ เค้าก็โอเค อวยพรเราไป
 
นี่เป็นภาพแรกที่เห็น
 
คือจังหวะที่ก้าวลงรถมาปุ๊บ  ลมตีหน้า!! วูบ  โอยยยย หนาววววว
ทั้งลมทั้งเย็น มีเด็กมหาลัยเดินไปมาบ้าง บางคนใส่ขาสั้นเดินสบายเฉย  .. โอ้ย หนาวจะตาย!!

ตอนนั้นรู้สึเพลียทุกส่วนของร่างกาย อยากพัก อยากนอน
ผมนี่เหนียวเป็นกลีบเลย หน้ามัน อุดตันไปหมด
 
จนอาจารย์มารับ ไปนอนบ้านอาจารย์ก่อน สวรรค์  .... ราตรีสวัสดิ์ พักผ่อน
 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend